.... Nobody Nobody But You..... Nobody Nobody But You วืดๆๆๆ....

-"- นานและไม่รับซักกะทีนะ  เอ๊าะคงใจดีให้ฟังเพลง.....ซัก 15 วิ เงียบไป

..... Nobody Nobody But You..... Nobody Nobody But You วืดๆๆๆ....

สงสัยคงรู้ว่าเราชอบวงนี้....ให้ฟังใหญ่..............10 วิ เงียยบไป......

..... Nobody Nobody But You..... Nobody Nobody But You วืดๆๆๆ

ชักเบื่อช่วยรับด้วยเถอะ.....รำคาญแล้วนะ............และแล้ว

" ฮัลโหล"  เออรับซะที่ .....กระซิกๆๆๆ  ห๋า ร้องไห้เลย ช้านไม่ได้ทำเธอร้องไห้น้า 

บทสนทนาระหว่างช้านกะหญิง nobody เอาแบบตัดตอนนะมันยาวมากมาย

หญิง nobody ....  คือว่าทะเลาะกะแฟน ขอโทษด้วยค่ะที่ทำให้รำคาญ

ช้านเอง..............  เอ๊าะไม่เป็นไรค่ะ

หญิง nobody.....  พอดีเห็นแฟนเดินกะผู้หญิงคนอื่นน่ะคะ

ช้านเอง..............  เหรอคะ ^^ ( บอกทำไมเนี้ยไม่ได้อยากรู้เลย)

หญิง nobody.....  แล้วเทอก็เริ่มฟูมฟาย แบบมีมารยาท

ช้านเอง..............  อะ เอา ทิชชูมั้ยคะ เหอะๆๆเปื้อนไปหมดแล้ว

ท่านผู้อ่านเคยเจอมั้ยแบบว่าคนที่กะลังทุกข์แบบไม่สนใจว่าช้านนี้จะรู้จักหรือไม่รู้จักก็เอาหน้ามาซบแบบดูสนิท

น่ะ  เอ่อคือ สะ.เสื้อ นักศึกษา ซื้อใหม่ ขาวๆเลย  เปื้อน.....เปลื้อน แป้ง มาสคราล่า ลิปสติก ร่วมกะน้ำตาและขี้มูก

นะเวลานั้นทิชชูห่อนึงก็เอาไม่อยู่  อะนะ

ช้านเอง...............  อะเอา ผ้าเช็ดหน้าดีกว่าค่ะ เดี๋ยวหน้าคุณจะเปื้อนมากกว่านี้ (ความจิง เอาขี้มูกเทอมาป้าย

ช้านทำมาย งือๆๆๆ เสื้อใหม่)

หญิง nobody......  วืดๆๆๆๆๆ Nobody Nobody But You..... Nobody Nobody But You วืดๆๆๆ.... เขาโทรมา

อีกแล้ว รับดีมั้ย

ช้านเอง................ รับเถอะคะ คุยให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่าค่ะ 

หญิง nobody........ ตืด ฮัลโหล... เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรน เหมือนไซโคลนโหมกระหน่ำ

ป้ายหน้า เดอะมอลล์งาม วงศ์วานค่า

หญิง nobody........  ลุกเดินออกไป พร้อมกับน้ำตา พายุ และ เอ่อ ผ้าเช็ดหน้า........ ของช้านน -0-

ผ้าเช็ดหน้าของช้าน ต้องเปลี่ยนเจ้าของซะแล้วหรือนี้ แกคงจะคิดถึงช้านนะ ถ้าเขาทิ้งแกกลับมาหาช้านนะ

ช้านจะรอแก่เสมอ เอ๋อ เอ๋อ.......

ช้านนั่งรถต่อไป  ที่ข้างๆช้าน..ว่าง อะหญิงสาว โอ้วน่ารักมานั่งข้างล่ะๆ ซักพัก  อื๋อหนักไหล่........เออคือ

ช้านเป็นหมอนให้น้องคนนี้นอนไปแล้ว  หลับฝันดีแล้วกันนะ ช่วงเวลาอันยาว เหมือนมีน้องสาวคนนี้กะช้านเพียง

สองคน ครอกฟี้ ๆ เย้ยๆๆ หัวจะตกๆ  ช้านนั่งมองวิวไปเรื่อยๆ  เห็นตึกที่ดูๆไปมันก็สวยดี ท้องฟ้ายามค่ำคืน ดูสิ

ดาวหายไปไหนหมดนะ  โอ๊ะ นั่นเครื่องบิน จะบินไปไหนกันน้า........ ต้นไม่ดูโอนเอนตามสายลม

เด็กน้อยยังคงหลับไปเรื่อยๆเมื่อถึงจุดหมายคงจะตื่น เหมือนาฬิกาปลุก  โอ้ยโย๋ ชักเริ่มเมื่อย  ช้านค่อยๆขยับ

เบาๆ  เอ่อ ก็ไม่เข้าใจทำไมต้องค่อยๆทำให้เขาขนาดนี้นะ  แต่เขาคงจะสบายดีล่ะ ดูสิหลับซะ

กลับมาดูวิวต่อ อ๊ะ ผู้หญิงอาบน้ำ....อะๆๆ แค่นุ่งกะโจมอกน่ะ  แหมๆๆๆ  ต้นก้ามปูต้นใหญ่ดูร่มรื่นดีจังนะ

ใกล้ถึงจุดหมายถนนที่ต้องเลี้ยวหักศอก ทำให้น้องคนนั้นตื่นขึ้นมา  แล้วก้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เหอะๆๆๆ  หลับสบายมั้ยล่ะ..........ดูดิยังทำหน้าเหมือนไม่ได้หลับอีกแหนะ....คนเราชอบกลบเกลื่อนความอาย

ซอยศาสนา  ค่ะ  ซอยศาสนา

น้องคนนั้นก็ลงไปแบบมึนๆ งัวเงียๆ เดินเป๋ไปเป๋มา เข้าใจว่าคนนอนไม่อิ่ม หรืเพราะสะดุกตื่นเพราะโค้งหักศอก

นั้นกันนะ  แต่สุดท้าย โอ้ย..ปวดไหล่ชะมัดเลย.><  คำขอบคุณหรือขอโทษล่ะ.....มันช่างเบามากเหลือเกิน 

ความสบายกลับมาอีกครั้งเพียง 5วินาที   ช้านย้ายมานั่งข้างนอกไม่ได้นั่งติดหน้าเหมือนเคย อ๊ะคนแก่....

ยืนด้วยล่ะ และ ผู้ชายนั่งอยู่ 2-3 คนถัดจากคุณตาคนนั้น ปฏิบัติการเมิน  คุยโทรศัพท์  นอนหลับ  ดมยาดม

ยิ้มแหยๆๆๆ  มองไม่เห็นทั้งที่กระเป๋าคุณตาจะแทงหน้าอยู่แหละ  แล้วคนก็ขึ้นมาเพิ่มอีก คุณตาเดินเข้ามาใกล้

ช้านขึ้นเรื่อยๆๆๆๆ และเรื่อยๆๆ  " คุณตาคะนั่งเลยค่ะ"  "ขอบใจมากหนู"

เมื่อถึงจุดหมายช้านค่อยๆเดินเบียดเสียดกะคนอื่นๆ  แต่ก็รู้สึกดีเหลือเกิน เพราะช้านได้มอบเก้าอี้ผู้โดยสาร

ตัวนั้นให้กับชายชราที่ทรมานกับการถูกเมินมาเป็นหลายนาที 

ห๊ะ....ช้านยังต้องเดินต่อไปอีกหลายเมตรทั้งขึ้นและลงสะพาน ช่างเหนื่อยเหลือเกินกับวันนี้...แต่ก้มีความสุข

เหลือเกินกับการให้ที่ไม่รู้จบแบบนี้..........เหตุการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะเกิดกับทุกคน...ช้าน  คือ  ผู้โชคดี =^^=    

อ๋า.....  ท้องฟ้ามืดๆๆๆๆ   เอาร่มใปดีมั้ยน้า ? 

สุดท้ายก็วางไว้ที่เดิม  หึ หึ  คงไม่ตกหรอกมั้ง  (เข้าข้างตัวเอง)

รถเมล์วิ่งผ่านไปผ่านมา เขม่าควันคงฟุ้งกระจาย  ปลาในกะละมังว่ายหนีกันใหญ่

" แม่ค้าๆ เอาตัวนี้ๆ ชำแหละให้ด้วยยนะ "  ปลาผู้โชคร้าย จากลาโลกนี้ไปแล้ว

ด้วย น้ำมือแม่ค้า เสื้อน้ำเงินคนนั้น ฉับ ฉับ เลือดสาดกระจายเต็มพื้น พร้อมเสียงดิ้น ด่อกแด้กๆ 

 ห๋า 166 โอ๊ะ สีแดง  หงึ ร้อน

................ห๋า 166  ก็ยังเป็นสีแดงอยู่  ขึ้นก็ได้  " อนุสาวรีย์ คับ อนุสาวรีย์ "

เอาล่ะรถออกตัว....เฟี้ยว ฟ้าว ....... 190 กิโลเมตร ต่อนาที

หน้าชา  ผมกระจุยกระจาย  บินไปเข้าปากใครมั่งก็ไม่รู้.... 0-0 อ๊ะ  166 แอร์อยู่ข้างหลัง

และแล้วก็เกิดอารมณ์อยากแข่งขึ้นมาล่ะสิ  เฟี้ยวๆๆๆ....ฟ้าวๆๆๆๆ.....แซงซ้ายแซงขวา

...... แหมะ..............................แหมะ............

แปะ........แปะ........................ แปะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.......ซู่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ฝนตก  ช่วยด้วยๆๆๆ กระจกปิดไม่ได้........เงียบฉี่.....เอ่อ คือว่ากระจกปิดไม่ได้ค่า.....อื้อฝนตกดังเนอะ

ไม่ใครได้ยินช้านเลย  เปียก  T o T  เป็นลูกหมาตกน้ำเลย  แล้วรถ 166 แอร์ก็ขับแซงไป แถมสายตา

มอง แบบเย้อหยัน  ดีนะฉันได้นั่งรถแอร์  อะแล้วทำไมน้องคนนั้นไม่ปิดหน้าต่างงล่ะ

อยากจะตะโกนเป็นเสียง สเตอริโอ เซอร์ราว ทั่วทิศทาง  มันปิดไม่ได้ เฟ้ย -"- เลิกมองซะที 

ที่ร.พ. อะรีบๆๆๆ  เอ้าข้ามลุยฝนเลยแล้วกัน .....จ๋องแจะๆๆๆๆๆ  เอ้า ....ทางขึ้นกะลังสร้าง

เวรกรรม กลับมาใหม่.....จ๋องแจะๆๆๆๆ  เปียกอีก

" น้องคะขึ้นชั้นสองก็ได้ค่ะ มันทะลุถึงกันได้ "

เอ่อ..เหอะๆๆๆ  นี้ ช้าน จะโง่วิ่งตากฝนไปทำไมตั้ง 2 รอบเนี้ย ห๋า

ห้องนอนโรงพยาบาล  อ้าว คุณพ่อ....หลับบ จ้า 

ช้านจะรีบขึ้นมาทำไมเนี้ย..............

จะว่าโชคร้าย หรืออะไรดีน้า......แต่ว่าก็สนุกดีนะ